บทที่ 2 ฝันเช่นเดิมซ้ำๆ
เรื่องเกิดจากกงจวิ้นที่ยังอาลัยอาวรณ์นาง จนดักพบนางระหว่างที่ออกไปซื้อของนอกจวน เพียงเพื่อจะบอกนางว่า เมื่อแต่งเซี่ยหรันเซียนเข้าจวนแล้ว เขาจะมารับนางเข้าจวนด้วยอีกคน เรื่องนี้นางปฏิเสธเขาไปแล้ว
นางไม่รู้ว่าผู้ใดนำเรื่องนี้มาบอกพี่สาวนาง เพียงวันเดียวก็เกิดเรื่องกับนางได้ วันต่อมาจวนของนางก็ถูกค้นและพบกำไลหยกเนื้องามหนึ่งคู่ ที่เป็นหนึ่งในของหมั้นที่กงจวิ้นสวมให้เซี่ยหรันเซียนในวันหมั้นหมาย
นางจึงได้ถูกลากมาให้ผู้เป็นบิดาสอบสวนที่ห้องโถงในยามนี้ คนตระกูลกงถูกเรียกตัวเพื่อมายืนยันว่ากำไลหยกคู่นั้นใช่ของหมั้นหรือไม่
แต่ความจริงสองแม่ลูกเรียกตระกูลกงให้มารับรู้ด้วย เพื่อต่อไปจะได้ตัดหนทางที่จะรับเซี่ยหรูอวี้เข้าไปเป็นอนุในจวน คอยเป็นหนามแทงใจเซี่ยหรันเซียนเช่นที่สวีเหมยลี่นางถูกตู้เหลียนกระทำเช่นกัน
“ผู้ตรวจการเซี่ย ข้าขอพูดหน่อยก็แล้วกัน ในเมื่อหลักฐานก็เห็นเต็มตาเช่นนี้ ต่อให้นางไม่ยอมรับก็ควรจะส่งนางให้ทางการ หรือไม่ก็...” เขาปรายตามองสวีเหมยลี่เล็กน้อย เมื่อเห็นนางพยักหน้าจึงได้เอ่ยต่อ “ตัดขาดนางออกจากตระกูลเสีย” นายท่านกงพูดคุยเรื่องนี้กับสวีเหมยลี่ก่อนจะเดินทางมาที่จวนตระกูลเซี่ยแล้ว โดยนางต้องการกำจัดสามคนแม่ลูกออกไปให้พ้นสายตา
เพราะขอเสนอที่นางยื่นให้ เขาจึงยอมร่วมมือกับนาง เพื่อความรุ่งเรืองของตระกูลกง โดยจะได้ตำแหน่งขุนนางในราชสำนักให้กับกงจวิ้น เขาจึงยอมร่วมมือ โดยไม่มีขอแม้
เซี่ยถงวู่เม้มปากแน่น เขาไม่ได้อยากส่งบุตรสาวคนรองให้ทางการ หรือไม่ต้องการจะตัดขาดนางออกจากตระกูล
“ท่านพี่ อย่าได้ส่งนางให้ทางการเลยเจ้าค่ะ จะทำให้ชื่อเสียงตระกูลด่างพล่อยไปด้วย ตัดขาดนางออกไปจากตระกูลก็พอ” สวีเหมยลี่เดินเข้ามาจับแขนผู้เป็นสามี แล้วเอ่ยออกมาด้วยเสียงเห็นใจ
“แต่ว่า...”
“ตัดข้าเลยเจ้าค่ะ” เซี่ยหรูอวี้เอ่ยขึ้นอย่างใจกล้า หากต้องทนอยู่ให้คนทั้งเมืองหลวงถากถาง เยาะเย้ย สู่นางออกจากเมืองหลวงกลับบ้านเดิมของมารดาไปเริ่มชีวิตใหม่ยังดีเสียกว่า
“ไม่ได้!!! ท่านพ่อจะทำเช่นนี้กับน้องไม่ได้ หากจะตัดน้อง ท่านพ่อก็ต้องตัดข้าด้วย” เซี่ยหยวนเอ่ยออกมาอย่างไม่ยอม พร้อมทั้งดันน้องสาวไปอยู่ด้านหลัง
ด้วยรู้ว่าน้องสาวคงหมดความอดทนที่นางกับมารดาถูกรังแกมาเนิ่นนานพอแล้ว
“หากท่านพี่จะตัดอวี้เออร์ ก็ตัดข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ” ตู้เหลียนเดินเข้ามาขวางหน้าเซี่ยหรูอวี้ด้วยอีกคน
นางอดทนมามากพอแล้ว สามีที่สัญญาก่อนจะรับนางเข้าจวนก็ไม่อาจจะช่วยเหลือสามแม่ลูกได้เลย เมื่อถูกสวีเหมยลี่รังแก ทั้งยังเชื่อคำพูดคนอื่นจะไม่สนใจสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ดีเสียก่อน
“ดี ดียิ่ง เช่นนั้นข้าก็จะตัดพวกเจ้าทั้งสามคนเสีย” เซี่ยถงวู่ที่เสียหน้าต่อหน้าคนตระกูลกงก็เอ่ยออกมาอย่างมีโทสะ
สวีเหมยลี่ที่เห็นว่าแผนการของนางสำเร็จแล้ว ก็เอ่ยทำทีขอร้องสามีแทนสามแม่ลูกอย่างขอไปที ก่อนจะบอกว่าจะมอบเงินให้ทั้งสามติดตัวไปเล็กน้อย เพื่อเริ่มชีวิตใหม่
“ไม่ต้อง เงินของพวกท่านข้าไม่ต้องการ” ตู้เหลียนเอ่ยออกมา นางมีสินเดิมติดตัวมาไม่น้อย เพียงพอให้พาลูกทั้งสองกลับบ้านเดิม เพื่อเริ่มชีวิตใหม่
“ดี ดี” เซี่ยถงวู่คำรามออกมา เมื่อเห็นว่าตู้เหลียนไม่ได้อาลัยอาวรณ์ตนสักนิด เขาให้พ่อบ้านไปนำกระดาษพู่กันมา ก่อนจะร่างหนังสือตัดขาดต่อหน้าคนตระกูลกง
สามแม่ลูกพากันกลับไปเก็บข้าวของของตนเองเพื่อออกจากจวน มีเพียงสาวใช้สองคนที่ตามาจากบ้านเดิมของตู้เหลียนที่ติดตามผู้เป็นนายกลับไปด้วย
เซี่ยถงวู่ไม่ได้ออกมามองทั้งสามแม่ลูกออกจากจวนในวันนั้น มีเพียงสวีเหมยลี่และเซี่ยหรันเซียนที่มองจะออกมาส่ง แต่มาเยาะเย้ยเสียมากกว่า
“อย่างไรเล่า เห็นหรือไม่สุดท้ายแล้วท่านพี่ก็ต้องเลือกเชื่อข้าผู้เป็นภรรยาเอก ตู้เหลียนเจ้าแพ้ข้าแล้ว” สวีเหมยลี่กระซิบบอกตู้เหลียน สตรีที่นางเกลียดมานับสิบกว่าปี
“เรื่องเช่นนี้ข้าไม่ต้องการแข่งกับเจ้า หวังว่าเจ้าจะมีบุตรชายให้ท่านพี่ได้สืบสกุล มิเช่นนั้น เจ้าก็ต้องรับสตรีเข้าจวนมาให้เขาเพิ่มไม่รู้จบ” ตู้เหลียนยกยิ้มที่มุมปาก
ที่เซี่ยถงวู่ไม่รับสตรีเข้าจวนเพิ่ม เพราะนางมีบุตรชายให้เขาแล้ว แตกต่างจากสวีเหมยลี่ที่นางมีเพียงเซี่ยหรันเซียนเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว
“จะ เจ้า” สวีเหมยลี่กัดฟันแน่น นางทำสิ่งใดไม่ได้ เมื่อมีคนตระกูลกงมองมาที่พวกนางอยู่ แต่ไม่ใช่ว่านอกจวนหลังจากนี้นางจะทำสิ่งใดไม่ได้
นางทำเป็นใจดีให้พ่อบ้านเซี่ยไปส่งสามแม่ลูกถึงที่เมืองเป่ยหาน ทางตอนเหนือของแคว้น แต่ความจริงนางสั่งการให้พ่อบ้านจัดการสามแม่ลูกเรียบร้อยแล้ว
รถม้าที่ทั้งสามนั่งไป เดินทางออกจากเมืองหลวงได้เพียงสามวัน ก็ถูกโจรป่าเข้าดักปล้น คนทั้งขบวนนอกจากพ่อบ้านเซี่ยตกตายทั้งหมด
“ฝันบ้าอะไรแบบนี้” เสี่ยวจิ่วลุกขึ้นนั่งกุมหัวอยู่บนที่นอน
“อาจิ่ว ไปเตรียมตัวได้แล้ว ภารกิจจะเริ่มแล้ว”
“อืม เธอไปก่อนเลย” เสี่ยวจิ่วไม่มีเวลาได้คิดเรื่องความฝันที่เธอฝันเช่นเดิมซ้ำๆ มาหลายปี
เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทางองค์กรพาตัวเข้ามาเลี้ยงดู ในตอนแรกเธอก็คิดว่าจะเลี้ยงดูเพื่อให้เข้ามาช่วยทำงาน แต่ไม่ใช่เธอถูกเลี้ยงดูเพื่อให้เป็นนักฆ่า ตั้งแต่เพียงเจ็ดขวบเท่านั้น
ตอนนี้เธออายุยี่สิบห้าแล้ว เป็นถึงนักฆ่าระดับเพชร ที่ทางองค์กรมอบหมายงานชิ้นใหญ่ให้เธอทำเกือบจะทุกงาน ที่เรียกได้ว่าเสี่ยงตายทั้งสิ้น
